(update: 05 December 2017 / ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๐)
bobby.in.th / ออกแบบหน้าเว็บ เผื่อสำหรับ  " Scribus Quick Start for Thais " [ลดขนาดคลิ้ปวิดีโอ เพื่อให้เปิดคลิ้ปดูบนสมาร์ทโฟนได้แล้ว]

 
Scribus 1.5.2 / QuickStart 01




แนะนำการติดตั้ง Scribus
  • ต้องติดตั้ง Ghostscript for Windows – Ghostscript 8.7 หรือเวอร์ชั่นที่สูงกว่าก่อนติดตั้ง Scribus, เลือกเวอร์ชั่นล่าสุด โดยดาวน์โหลดได้จาก " ที่นี่เลย "
  • หลัง ติดตั้ง Ghostscript แล้วจึงค่อย ติดตั้ง Scribus, เลือกเวอร์ชั่น ดาวน์โหลดได้จาก " ที่นี่เลย "
  • ถ้าติดตั้ง Scribus ก่อน Ghostscript, โปรแกรม Scribus จะหาโปรแกรม Ghostscript ไม่เจอ ต้องจัดการเองใน Preferences > External Tools (ดูรายละเอียดในหน้า QuickStarter 1) หรือหลังติดตั้งแล้ว เมื่อเปิดโปรแกรม ครั้งแรก จะมีหน้าต่างฟ้อง errors ปรากฎขึ้นมา ให้คลิ้กเพื่อ อ่านรายละเอียด  แล้วทำตามคำแนะนำ




image : How TO DESIGN GRIDS and use them effectively, ALAN SWANN



หน้าต่าง Preferences ของ Scribus 1.5.2

ถ้า Scribus หา Ghostscript (gs) ไม่เจอ ให้เปิดเมนู File > Preferences > External Tools ที่ PostScript Interpreter บรรทัด Name of Executable: คลิ้กปุ่ม Change แล้วพาไปที่เก็บโปรแกรม Ghostscript และถ้าไฟล์ .exe ที่อยู่ในโฟเดอร์ของโปรแกรม Ghostscript (gs) ที่ติดตั้ง ใช้ชื่อเป็นอย่างอื่น ให้เปลี่ยนชื่อไฟล์ (.exe) นั้น ให้เป็น gswin32c.exe สำหรับกรณีใช้ Windows 32 Bits (ถ้าใช้ Windows 64 Bit หรือระบบปฏิบัติการอื่น ให้ดูรายละเอียด เมื่อเปิดโปรแกรมฯ ขึ้นครั้งแรก หลังติดตั้งเสร็จ)
ถ้าไม่มี Ghostscript (gs) จะทำให้ Scribus
  • Import ไฟล์นามสกุล .eps แบบที่เป็นภาพแบบ rasterized (ไฟล์รูปภาพแบบพิกเซล) และไฟล์นามสกุล .psd (ไฟล์โฟโต้ช้อป) ไม่ได้
  • แสดง Print Preview ไม่ได้
  • สร้าง Barcode ไม่ได้

 Part A. สร้างเส้น Guides ตามเลย์เอ้าท์
5.74 MB/00:02:33

หมายเหตุ:
  • ช่วงวางเส้น Guides นี้ ทำใน Scribus 1.4.6 แต่หลังจากนี้จะทำใน Scribus 1.5.2
  • ไฟล์งานที่ทำในเวอร์ชั่น 1.5.2 จะไม่สามารถเปิดได้กับเวอร์ชั่นที่ต่ำกว่า หากต้องการแก้ไขงานกับเวอร์ชั่นเก่า เมื่อเปิดโดยเวอร์ชั่นที่สูงกว่าแล้ว ให้ Save As แล้วเปลี่ยนชื่อไฟล์ทันที เพื่อเก็บไฟล์ ที่เป็นเวอร์ชั่นเก่าไว้กันเหนียว (กรณีทำงานจริง)
  • ทีมผู้พัฒนา แนะนำว่า 1.4.x เสถียรกว่า เวอร์ชั่นใหม่ จะเสถียรที่ 1.6.x
  • (ความเห็นส่วนตัว) ผมลองแล้ว เวลาทำงานกับ Text ภาษาไทย 1.5.2 เสถียรกว่า 1.4.6


  • เปิด ไฟล์ใหม่ขึ้นมา กำหนด "มาตราวัด" ที่จะทำงาน คลิ้ก OK
  • ผมสร้างสามเหลี่ยม แล้วลากไปวางนอกพื้นที่งานทางด้านขวามือ เพื่อจะให้สามารถเลื่อนตัวงานในหน้าต่าง ไปทาง ซ้าย-ขวา ได้ เนื่องจากตำแหน่งของเม้าส์ จะไม่ปรากฎบนบรรทัด ขณะลากเส้นไกด์ไปวาง ที่ตำแหน่งต่างๆ หากขอบกระดาษ อยู่หากจากบรรทัด เวลาลากเม้าส์ เพื่อวางเส้นไกด์ ตำแหน่งที่วางอาจจะ คลาดเคลื่อน ไปจากเส้นมาตราส่วนบนบรรทัด 
  • ลากเส้นไกด์แนวนอน โดย คลิ้ก-ค้าง-ลาก จากบนบรรทัดแนวนอน มาที่ตำแหน่ง 1 นิ้วจากขอบกระดาษด้านบน (ตำแหน่ง 0-0 อยู่ที่ มุมบนด้านซ้าย)
  • ลากเส้นไกด์แนวตั้ง โดย คลิ้ก-ค้าง-ลาก จากบนบรรทัดแนวตั้ง มาที่ตำแหน่ง 3/4 นิ้ว จากขอบกระดาษด้านซ้าย (ตำแหน่ง 0-0 อยู่ที่ มุมบนด้านซ้าย)
  • ที่มุมบนซ้าย บริเวณที่บรรทัดตัดกัน คลิ้ก-ค้าง-ลาก ย้ายตำแหน่ง 0-0 ให้ไปอยู่ที่ ขอบกระดาษ มุมบนขวามือ
  • ลากเส้นไกด์แนวตั้ง โดย คลิ้ก-ค้าง-ลาก จากบนบรรทัดแนวตั้ง มาที่ตำแหน่ง -3/4 นิ้ว จากขอบกระดาษด้านซ้าย (ตำแหน่ง 0-0 อยู่ที่ ขอบกระดาษ มุมบนด้านขวา)
  • เลื่อนหน้ากระดาษให้เห็นขอบด้านล่าง แล้ว คลิ้ก-ค้าง-ลาก บริเวณมุมบนซ้ายของหน้าต่าง ที่บรรทัดตัดกัน ย้ายตำแหน่ง 0-0 ให้มาอยู่ที่ มุมขอบกระดาษด้านล่างขวามือ
  • ลากเส้นไกด์แนวนอน โดย คลิ้ก-ค้าง-ลาก จากบนบรรทัดแนวนอน มาที่ตำแหน่ง 7/8 นิ้วจากขอบกระดาษด้านล่างล่าง (ตำแหน่ง 0-0 อยู่ที่ มุมล่างด้านซ้าย)
  • ไปที่เมนู Page > Snap to Guides คลิ้กให้มีเครื่องหมายถูกหน้า Snap to Guides
  • คลิ้กที่เครื่องมือ Insert Polygone (ค่า Default จะเป็นรูปห้าเหลี่ยม) คลิ้กเปิด Properties... 

  • แล้วเปลี่ยนค่า Corners: เป็น 3 (ผมใช้สร้างรูปสามเหลี่ยม เป็นตัวช่วย เพื่อหาจุดกึ่งกลาง แทนการคำนวณหาเป็นค่าตัวเลข)
  • คลิ้ก-ค้าง-ลาก สร้างรูปสามเหลี่ยม โดยลากให้ มุมด้านซ้าย Snap กับเส้นไกด์ ทางซ้าย และลากให้ไป Snap พอดีกับ เส้นไกด์ทางขวา (ต้องการหาจุดกึ่งกลางหน้ากระดาษ โดยไม่ต้องคิดเป็นค่าตัวเลข)
  • ลากเส้นไกด์แนวตั้ง โดย คลิ้ก-ค้าง-ลาก จากบนบรรทัดแนวตั้ง มาที่ตำแหน่ง จุดยอดของสามเหลี่ยมที่สร้างขึ้น เมื่อวางเส้นไกด์ที่กึ่งกลางหน้ากระดาษแล้วคลิ้ก เลือกที่สามเหลี่ยม แล้ว กดแป้น Delete ทิ้งสามเหลี่ยมไป
  • ที่มุมบนซ้าย บริเวณที่บรรทัดตัดกัน คลิ้ก-ค้าง-ลาก ย้ายตำแหน่ง 0-0 ให้ไปอยู่ที่ ตำแหน่งเส้นไกด์กึ่งกลางหน้ากระดาษ
  • ลากเส้นไกด์แนวตั้ง โดย คลิ้ก-ค้าง-ลาก จากบนบรรทัดแนวตั้ง มาที่ตำแหน่ง -5/16 นิ้ว ทางซ้ายจากเส้นกึ่งกลางหน้ากระดาษ และ 5/16 นิ้ว ทางขวาจาก เส้นกึ่งกลางหน้ากระดาษ
  • กด แป้น Ctrl+0 (Fit to Height) เพื่อให้เห็นหน้ากระดาษทั้งหมด

Part B. ใส่รูปภาพ

11.30 MB/00:03:34

  • ดูระยะตำแหน่งของรูปภาพ จากเลย์เอ้าท์ (ภาพตัวอย่างเลย์เอ้าท์ เปิดอยู่ใน GIMP) แล้วลากเส้นไกด์ เพื่อกำหนดตำแหน่งและขนาดของรูปภาพ โดยใช้วิธีเหมือนใน Part A
  • เพื่อให้มีการ Snap กับเส้นไกด์ และขอบอื่นๆ ไปที่เมนู Page > Snap to Guides / > Snap to Items (คลิ้กให้มีเครื่องหมายถูกข้างหน้า)

  • เมื่อวางเส้นไกด์ สำหรับตำแหน่งภาพ ครบถ้วน เรียบร้อยแล้ว
  • คลิ้ก-เลือก เครื่องมือ Insert Image Frame, แล้ว กดแป้น Shift ค้างไว้ นำเครื่องมือ Insert Image Frame ไป คลิ้ก-ซ้าย ในพื้นที่กรอบเส้นไกด์ ที่ต้องการวางรูป กรอบรูปภาพจะวางเต็ม พอดีกับเส้นไกด์ที่กำหนดไว้

  • ทำเช่นเดิมครั้ง คือ คลิ้ก-เลือก เครื่องมือ Insert Image Frame, แล้ว กดแป้น Shift ค้างไว้ นำเครื่องมือ Insert Image Frame ไป คลิ้ก-ซ้าย แต่ครั้งนี้ให้ คลิ้ก ที่ตำแหน่งรูปที่อยู่ด้านล่างกรอบรูปภาพจะวางเต็ม พอดีกับเส้นไกด์ที่กำหนดไว้ (กรอบเล็กสุด) แต่รูปที่ ๒ ต้องการวาง แนวยาวเต็มทั้ง ๒ คอลัมน์
  • คลิ้ก-ซ้าย ที่จุดสี่เหลี่ยมกลางเส้นกรอบแนวตั้ง ลากไปทางขวา ให้ไป Snap พอดีกับ เส้นไกด์แนวตั้งทางขวามือสุด จะได้กรอบ สำหรับวางรูป ในตำแหน่งที่ต้องการทั้ง ๒ ภาพแล้ว
  • ไปที่ เมนู Extras > Picture Browser... เพื่อเปิดหน้าต่างสำหรับ ค้นหารูปภาพขึ้นมา (ถ้าต้องการให้หน้าต่างนี้ปรากฎอยู่ตลอด คลิ้ก-ซ้าย ให้หน้า Always on Top มีเครื่องหมายถูก)

  • ไปยังที่เก็บรูปภาพสำหรับงานนี้ คลิ้ก-ซ้าย ที่โฟลเดอร์เก็บรูปภาพ ภาพทั้งหมดที่เก็บอยู่ใน โฟลเดอร์นั้น จะปรากฎในหน้าต่าง
  • คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง-ลาก บนภาพที่ต้องการ ในหน้าต่าง Picture Browser / ลาก มาใส่ในกรอบภาพที่ทำเตรียมไว้

  •  คลิ้ก-ขวา บนภาพที่ปรากฎอยู่ในกรอบแล้ว เมนู จะปรากฎขึ้นมา เลือกที่ Adjust Image to Frame ภาพจะปรับขนาดลงมาพอดีกรอบ (หากอัตราส่วน กว้าง-ยาว ของภาพ ไม่เท่ากับกรอบ ก็จะปรากฎ เป็นพื้นสีขาว เหลืออยู่ในกรอบ
  • คลิ้ก-ขวา บนภาพในกรอบอีกครั้ง เพื่อเรียกเมนูขึ้นมา คลิ้ก-ซ้าย เลือกที่ Properties ให้มีเครื่องหมายถูกที่ด้านหน้า หน้าต่าง Properties จะถูกเปิดขึ้นมา

  • ใน Tab Image / Scaling คลิ้ก-ซ้าย ที่ Free Scaling แล้ว คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยมขึ้น ด้านขวาสุดของบรรทัดค่า % เพิ่มค่า ที่ X-Scale: (ถ้าพื้นที่เหลือด้านข้าง) หรือ Y-Scale: (ถ้าพื้นที่เหลือด้านล่าง)
    คลิ้ก-ซ้าย แต่ละครั้งจะ เพิ่มค่า % ไปเรื่อยๆ จนขนาดภาพในกรอบ ใหญ่กว่าขนาดกรอบเล็กน้อย
  • ดับเบิ้ล-คลิ้ก บนภาพในกรอบ จะปรากฎ วงกลม-เครื่องหมายบวก สีน้ำเงินปรากฎขึ้น กลางรูปภาพ
  • คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง บนรูปภาพในกรอบ แล้วเลื่อนปรับตำแหน่ง ตามต้องการ จนดูเหมาะสม จึง คลิ้ก-ซ้าย บริเวณที่ว่างนอกกรอบรูป เพื่อ Deselect
  • ทำกับอีกรูป ด้วยวิธีเดียวกัน

หมายเหตุ:
1. ค่า Actual X-DPI: และ Actual Y-DPI: ต้องระวัง และเตรียมความละเอียดของภาพ (Image Resolution) ให้เหมาะสมก่อน นำเข้ามาใช้ในอาร์ตเวิร์ก เพราะมีผลอย่างมาก สำหรับงานพิมพ์ระบบออฟเซ็ท จะสรุปเรื่อง Image Resolution นี้มาคุยในโอกาสหลัง
2. นามสกุลของรูปภาพที่ควรใช้ สำหรับงานพิมพ์ออฟเซ็ท คือ .eps .tif .psd และต้องเป็นโหมดสี CMYK (RGB ใช้ทำงานช่วงแรก และใช้สำหรับพิมพ์งานกับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทได้ แต่ต้องเปลี่ยนเป็น CMYK ก่อนทำเพลทแยกสี)
3. ไฟล์งานที่ทำด้วย Scribus เป็นข้อมูลสำหรับ high-end PostScript printer การนำเอาไฟล์ข้อมูลที่ทำด้วย Scribus มาพิมพ์ด้วย เครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก เช่น เครื่องพิมพ์อิ้งค์เจ็ท ที่ใช้ทั่วไป ค่อนข้างจะมีปัญหา แม้ว่า Scribus สามารถมองเห็น Driver ของเครื่องพิมพ์เหล่านี้

ป.ล. ช่วงแรกจะเน้นใช้โปรแกรมฯ เพื่อออกแบบทำอาร์ตเวิรก์ ให้คล่องก่อน รายละเอียด, ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา ค่อยตามมาภายหลัง

Part C. ใส่คอลัมน์ข้อความ
11.1 MB/00:02:43

  • คลิ้ก-ซ้าย เลือกเครื่องมือ Text Frame

  • กดแป้น Shift ค้างไว้ แล้วนำ Text ไป คลิ้ก-ซ้าย ตรงบริเวณที่ต้องการวาง เป็นคอลัมน์ตัวอักษร
  • ทำซ้ำจนได้คอลัมน์ครบตามเลย์เอ้าท์
  • คอลัมน์ทางขวา ต้องการยาวลงมา จนถึงรูปด้านล่าง ให้ คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ที่จุดสี่เหลี่ยมกลางเส้นกรอบแนวนอนด้านล่าง แล้วลากลงมาจน Snap กับ ขอบรูปที่อยู่ด้านล่าง
  • คอลัมน์แรก ด้านบนซ้ายมือ ตามเลย์เอ้าท์ ต้องการเปิดพื้นที่ ไว้สำหรับ วางหัวเรื่องหลัก และพาดหัวรอง คลิ้ก-ซ้าย เลือกกรอบคอลัมน์ก่อน แล้วจึง คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ที่จุดสี่เหลี่ยม กลางเส้นกรอบแนวนอนด้านบน ของกรอบคอลัมน์แรก แล้วลากขึ้นไป ใช้กะประมาณด้วยสายตา
  • คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง บนบรรทัดสเกลด้านบน แล้วลากเส้นไกด์ลงมา เพื่อเป็นเส้น เช็กระยะ สำหรับปรับความสูงของคอลัมน์ทางขวามือ
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือกกรอบคอลัมนทางซ้ายมือก่อน แล้ว คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ที่จุดสี่เหลี่ยมกลางเส้นกรอบแนวนอนด้านบน ของกรอบคอลัมน์ขวามือ แล้ว ลากขึ้นไปจน Snap กับเส้นไกด์ที่วางไว้
  • คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ในบริเวณกรอบคอลัมน์แรก เพื่อเปิด เมนู ขึ้นมา แล้ว เลือกไปที่ Get Text...
  • ไปเปิด ไฟล์เอกสาร (ตัวหนังสือ ที่พิมพ์ไว้ โดยโปรแกรม ที่ใช้สำหรับ พิมพ์เอกสารทั่วไป (ผมใช้ Notepad และ OpenOffice 4.1.2 Notepad มีในทุกเครื่องอยู่แล้ว ส่วน OpenOffice 4.1.2 ก็เป็นโปรแกรม Open Source ให้ใช้ฟรีเช่นกัน) คลิ้ก-OK เปิดไฟล์ตัวหนังสือที่ต้องการ
  • ข้อความจำนวนหนึ่ง จะปรากฎอยู่ในคอลัมน์แรก สังเกตที่มุมกรอบ ด้านล่าง ขวามือ ของคอลัมน์แรก จะมีกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีเครื่องหมาย X อยู่ข้างใน แสดงว่า ยังมีข้อความเหลืออยู่อีก (คอลัมน์แรกยังคงถูกเลือกอยู่)
  • คลิ้ก-ซ้าย ที่เครื่องมือ Link Text Frames (คอลัมน์แรกยังคงถูกเลือกอยู่) แล้วนำไปคลิ้กที่กรอบคอลัมน์ ที่ต้องการให้เป็น คอลัมน์ที่ ๒ 

  • ยังมีข้อความเหลืออยู่อีก
  • คลิ้ก-ซ้าย ที่เครื่องมือ Link Text Frames (คอลัมน์ที่ ๒ ยังคงถูกเลือกอยู่) แล้วนำไปคลิ้กที่กรอบคอลัมน์ ที่ต้องการให้เป็น คอลัมน์ที่ ๓
  • ยังมีข้อความเหลืออยู่อีก (แต่ไม่มีพื้นที่แล้ว)
  • คลิ้ก-ซ้าย ในกรอบคอลัมน์แรก เพื่อเลือกคอลัมน์แรก 
  • ถ้าหน้าต่าง Properties ไม่เปิดอยู่ ให้ คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ในกรอบของคอลัมน์แรก เพื่อเปิดเมนูขึ้นมา แล้วเลือกที่ Propertie



  • ในหน้าต่าง Properties, Tab/Text คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยมเล็ก ทางด้านซ้ายของ Tab/Text เพื่อเปิดรายละเอียดออกมา
  • ปรับขนาดของฟอนต์ที่ใช้ ให้เล็กลง จนไม่มีข้อความเหลืออยู่แล้ว สี่เหลี่ยมเล็กๆ มีเครื่องหมาย X อยู่ข้างใน แสดงว่า ยังมีข้อความเหลืออยู่อีก จะหายไป
  • ไปที่ เมนู View > Text Frames > Show Baseline Grid เพื่อเปิดบรรทัดขึ้นมา สังเกตว่า บรรทัดของข้อความ ไม่ตรงกับบรรทัด Baseline Grid ที่เปิดขึ้นมา, บรรทัดระหว่างคอลัมน์ ซ้าย-ขวา ไม่ตรงกัน
  • ในหน้าต่างProperties, เปลี่ยน Fixed Linespacing ให้เป็น Align to Baseline Grid
  • ข้อความจะปรับบรรทัดตามระยะบรรทัดของ Baseline Grid ที่มุมกรอบ ด้านล่าง ขวามือ ของคอลัมน์สุดท้าย มีกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ มีเครื่องหมาย X อยู่ข้างใน แสดงว่า ข้อความล้นเกินออกไปอีก (ต้องปรับระยะบรรทัดให้ลดลง)
  • ไปที่ เมนู File > Document Setup เปิดหน้าต่าง Document Setup ขึ้นมา
  • ที่คอลัมน์ซ้ายมือ คลิ้ก-ซ้าย เลือก Guides
  • รายละเอียดเกี่ยวกับ Guides จะปรากฎขึ้นทางด้าขวาของหน้าต่าง
  • Tab/Placement ที่ส่วน Distances บรรทัด Baseline Grid Spacing: ปรับค่า point (pt) ให้เหมาะสม (สำหรับภาษาไทย ดูขนาดฟอนต์ที่ใช้ แล้ว +2) ปรับได้แล้ว คลิ้ก-OK ปิดหน้าต่างไป
  • ดูที่คอลัมน์ทางขวามือ จะเห็นว่าข้อความยังไม่หมด
  • ต้องเพิ่มพื้นที่ของคอลัมน์ (ตรงนี้แล้วแต่กรณีเลย) เมื่อปรับยืดคอลัมน์ออก โปรแกรมจะ ปรับบรรทัดคอลัมน์ ซ้าย-ขวา ให้ตรงกัน ดูให้เหมาะสม ไม่ต้องกังวลว่าเส้นกรอบจะล้นเกิน หรือไม่พอดีกัน ดูบรรทัดข้อความเป็นหลัก
  • คลิ้ก-ซ้ายที่ Preview Mode เพื่อปิดเส้นต่างๆ เพื่อดูงานตามสภาพจริง


หมายเหตุ:
ป.ล. ช่วงแรกจะเน้นใช้โปรแกรมฯ เพื่อออกแบบทำอาร์ตเวิรก์ ให้คล่องก่อน รายละเอียด, ปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา ค่อยตามมาภายหลัง
  • วรรณยุกต์ ผิดตำแหน่ง
  • ย่อหน้า ทำ Drop Caps (ตัวอักษรตัวแรกของย่อหน้า-ใหญ่)
  • การตัดคำ, ช่องว่างที่เหลือระหว่างบรรทัด
  • ฯลฯ
สำหรับวรรณยุกต์ของภาษาไทยที่ผิดตำแหน่ง Scribus เวอร์ชั่นหลังๆ (หวังว่า) อาจได้รับการแก้ไข (ใน GIMP ไม่เป็นแล้ว) แต่จะแนะนำวิธีแบบ "ทำมือ" แก้ขัดไปก่อน ดูคลิ้ปถัดไป

ส่วนรายละเอียด การตัดคำ การ
ปรับช่องไฟระหว่างตัวอักษร การปรับช่องว่างที่เหลือ  ของแต่ละบรรทัด (Kerning and Tracking) ให้ดูสวยงามเหมาะสม ขอข้ามไปก่อน

Part C-ext. การปรับตำแหน่งวรรณยุกต์
7.96 MB/00:01:30

  • ถ้าเปิดโหมด Preview อยู่ ให้ เปลี่ยนกลับมาเป็น Artwork Mode โดย คลิ้ก-ซ้าย ที่ Preview Mode
  • ซูม-เข้า เพื่อให้ทำงานได้สะดวก
  • ดับเบิ้ล-คลิ้ก ในกรอบคอลัมน์ที่ต้องการปรับแก้
  • การแก้ ตำแหน่ง ไม้เอก ของคำว่า ภู่ เอา Cursor คลิ้ก-ซ้าย ที่หน้าอักษร ภ (คลิ้กวางตำแหน่งเท่านั้น ไม่ต้องเลือก หรือรูดทำไฮ-ไล้ท์)
  • กด แป้น ลูกศร ที่ชี้ไปทางซ้าย ๒ ครั้ง ครั้งแรก คือ Cursor จะขยับไปที่ หน้าสระ อู ครั้งที่สองคือ ขยับไปอยู่ที่หน้า ไม้เอก
  • ในหน้าต่าง Properties, Tab/Advanced Settings คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยมเล็ก ทางด้านซ้ายของ Tab/Advanced Settings เพื่อเปิดรายละเอียดออกมา
  • เลือนให้เห็น ค่าสำหรับ Baseline Shift แล้ว คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยมคว่ำ
    จนได้ตำแหน่งที่เหมาะสม (ดูที่วรรณยุกต์ ที่วาง Cuosor ไว้ ขณะที่ คลิ้ก ปรับค่าไปเรื่อยๆ)
  • ปรับคำอื่นๆ ด้วยหลักเดียวกัน คือ วาง Cursor หน้าตัวอักษร, สระ, หรือวรรณยุกต์ ที่ต้องการปรับค่า แล้ว คลิ้ก ปรับค่าตามที่ต้องการ เช่น แก้ ตำแหน่ง ไม้โท ของคำว่า ต้น / เอา Cursor คลิ้ก-ซ้าย ที่หน้าอักษร ต (คลิ้ก เพื่อวางตำแหน่งเท่านั้น ไม่ต้องเลือก หรือ รูดทำไฮ-ไล้ท์)
  • กด แป้น ลูกศร ที่ชี้ไปทางซ้าย ๑ ครั้ง ตำแหน่ง Cursor ก็จะอยู่หน้า ไม้โท แล้ว (หาก คลิ้ก ที่หลัง อักษร ต บางครั้ง Cursor จะไม่อยูที่หน้า ไม้โท แต่ อยู่ที่ หน้าอักษร ตัวถัดไป)



Part D. วางหัวเรื่อง



image : PRODUCTION for GRAPHIC DESIGNERS, ALAN PIPES

    โครงสร้างพื้นฐานของตัวอักษรไทย ต่างจากภาษาอังกฤษ
  • ภาษาไทยมีสระและวรรณยุกต์ อยู่ทั้ง ข้างล่างและข้างบน ของช่วงลำตัวหลัก ดังนั้น ขนาดตัวอักษรภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ จึงมีความสูงไม่เท่ากัน ในขนาด "พอยต์" เดียวกัน แม้ว่า ตัวอักษรภาษาไทยและอังกฤษนั้น จะอยู่ในชุด "ฟอนต์" เดียวกัน
  • กับบางโปรแกรม เวลาพิมพ์ภาษาไทย จะเกิดอาการ วรรณยุกต์ไม่ตรงตำแหน่ง ตามที่ควรต้องเป็น หลายคนเรียกว่า "สระลอย" (ถ้าคุณครูภาษาไทยได้ยิน จะถูกหยิกจนเนื้อเขียวเพราะ ในหลักไวยกรณ์ไทย สระลอย คือ  ฤ   ฤๅ   ฦ   ฦๅ)
  • ภาษาไทยเขียน(พิมพ์)ติดกัน ไม่แยกเป็นคำ เหมือนภาษาอังกฤษ การเว้นวรรค (แยกคำ) ของภาษาไทย จะมีความหมายในทางภาษา เช่น
" ขอให้แข็งแรง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน "
จะมีความหมายต่างจาก
" ขอให้แข็ง แรงไม่มี โรคภัยเบียดเบียน "
  • การตัดคำ ในคอลัมน์ทั้งแบบ เสมอหน้า-ปล่อยหลัง, เสมอหน้า-หลัง ด้วยคำสั่งของโปรแกรมฯ จะไม่สมบูรณ์ ต้อง "ทำมือ" ช่วยบ้าง เพื่อให้เนื้อที่ในคอลัมน์ ดูสวยงาม อย่าลืมระวังเรื่องเหล่านี้
    เกริ่นไว้ เป็นรายละเอียดที่ ต้องคิด ต้องคำนึงถึง เมื่อออกแบบสิ่งพิมพ์ ที่ใช้ภาษาไทย เพราะคำสั่งอัตโนมัติ เกี่ยวกับ Text/Type ใช้กับภาษาไทยได้ แต่ไม่เต็มร้อย ต้องมี "ทำมือ" เข้าช่วยด้วยตามสมควร




image : ศัพท์บัญญัติวิชาการพิมพ์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม, คณะอนุกรรมการบัญญัติศัพท์วิชาการพิมพ์


คลิ้ปแนะนำใน Part D. จะทำหัวเรื่องตามแบบประมาณนี้
(อาจไม่ ๑๐๐% เพราะไม่ได้จดค่าต่างๆไว้)


    จะทำ คลิ้ปแนะนำ ให้มีความยาวไม่เกิน ๓ นาที ถ้าหัวข้อไหนยาวเกิน ก็จะตัด แยกออกเป็นหัวข้อย่อยๆ เพื่อไม่ให้ผู้อยากรู้เกี่ยวกับ เรื่องนั้นๆ เบื่อเสียก่อน ตั้งแต่แรกที่เห็น ตัวเลขความยาวของคลิ้ปนั้น
    (เป็นงานตัวอย่าง จะไม่เก็บรายละเอียดเกี่ยวกับ ตำแหน่ง ของสระและวรรณยุกต์ ที่ผิดตำแหน่ง รายละเอียดวิธีการปรับแก้ " ดูในคลิ้ปนี้ " )
    หลังเสร็จจาก ๔ คลิ้ปนี้แล้ว ตั้งใจจะทำอีก ๒ ตัวอย่าง สำหรับฝึกใช้ Scribus ทำอาร์ตเวิร์กสิ่งพิมพ์, น้องๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด จะได้เอาไปใช้ หารายได้พิเศษ จากการออกแบบทำอาร์ตเวิร์ก กล่องบรรจุภัณฑ์, ฉลากสินค้า แผ่นพับ แผ่นโฆษณา ให้กับสินค้า และธุรกิจในชุมชน โดยไม่ต้องแอบละเมิดสิทธิ์ผู้ใดทั้งสิ้น ตามแนวทาง "โตไปไม่โกง"

    ที่คิดไว้คร่าวๆ ประมาณนี้
  • ตัวอย่างทำอาร์ตเวิร์ก "กล่องบรรจุภัณฑ์"
  • ตัวอย่างเกี่ยวกับ Text/Type ตัวอย่างนี้ อาจต้องใช้ตัวอักษรเป็น ภาษาอังกฤษ เพื่อให้เข้าใจคำสั่ง ที่เกี่ยวข้อง แต่กับอักษรภาษาไทย จะไม่เต็มร้อย ต้อง "ทำมือ" ช่วยบ้างตามสมควร
  • ทั้งสองตัวอย่าง จะพยายาม ออกแบบเพื่อ ให้ต้องใช้ "คำสั่ง" หรือมี "เทคนิค" แทรกไว้มากที่สุด
  • จะแทรกรายละเอียด การควบคุมคุณภาพงานพิมพ์ จากไฟล์งานออกแบบ
   
 Part D-1. เตรียมสีที่ (คาดว่า) จะใช้

8.20 MB/00:01:40

    Color Palette หรือ Swatches ค่า Default (ค่าตั้งไว้ให้) ในโปรแกรม Scribus จะมีเฉพาะสีหลัก ๑๒ สีเท่านั้น คือ แม่สี RGB, แม่สี CMYK ,สีขาว (CMYK ทุกสีที่ 0%) , สีดำ (ที่ค่าสีต่างกัน), และสี Registeration (CMYK ทุกสีที่ 100%)



    ดังนั้น ก่อนจะเริ่มกำหนดสี ในอาร์ตเวิร์ก จะต้องเลือก Swatches หรือเลือกสี ที่คาดว่าจะเลือกใช้ ใส่เข้าไปในไฟล์ก่อน
    ในคลิ้ปวิดีโอ แสดงการเลือก Swatches มาตราฐาน ที่มีมากมาย (แต่ในคลิ้ปจะไม่เลือก) รวมทั้งสามารถ นำไฟล์ Swatches ของ Illustrator, InDesign, Photoshop, PageMaker คือสามารถเอาไฟล์ Swatches สี ของชาวบ้าน มาใช้ได้หมด รายละเอียดไว้ค่อยคุยกันอีกที
    แต่ที่น่าสนใจ และแนะนำ อยู่ในคลิ้ป คือ Scribus สามารถให้เรากำหนดสีหลัก (Base Color) แล้วเลือกคู่สีอื่นๆเพิ่มเข้ามา ตามหลักทฤษฎีสี (ตำราที่เคยเรียนมี ๘ แบบ) แต่ใน Scribus มีให้เลือก 6 Types คือ
  • Monochromatic : สีเดี่ยว หรือสีกลมกลืน
  • Analogous : สีข้างเคียง
  • Complementary : สีตรงข้าม
  • Split Complementry : สีตรงข้ามของสีข้างเคียง (ทั้ง ๒ ข้าง ตัดสีตรงข้ามของ Base Color ออกไป จึงมี ๕ สีเท่านั้น)
  • Triadic : สีสามมุม (ตรา "เบ็นซ์" หรือ ใบพัดแบบ ๓ ใบ)
  • Tetradic (Double Complementry) : สีตรงข้ามของสีข้างเคียง (แต่เลือกเพียง ข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น จึงมีสีเพียง ๒ คู่ หรือ ๔ สีเท่านั้น)

  • ไปที่เมนู File > Edit > Colors and Fills... คลิ้ก-ซ้าย เลือกเพื่อเปิดหน้าต่าง Manage Colors and Fills ขึ้นมา
  • ในหน้าต่าง Manage Colors and Fills ที่ส่วน Color Sets Merge Color Set คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยม เพือเปิด รายชือ Scribus Swatches ขึ้นมา
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือกที่ชื่อ Swatches ที่ต้องการใช้
  • คลิ้ก-ซ้าย OK เพื่อปิดหน้าต่างไป
  • แต่ในคลิ้ป จะ คลิ้ก-ซ้าย Cancel เพื่อยกเลิกไป
  • ไปที่ เมนู Extras > Color Wheel... คลิ้ก-ซ้าย เลือกเพื่อเปิดหน้าต่าง Color Wheel ขึ้นมา
  • ในหน้าต่าง Color Wheel คลิ้ก-ซ้าย ที่ Tab CMYK
  • (ผมต้องการใช้สีจากรูปภาพในอาร์ตเวิร์ก เพื่อเป็นสีหลัก จึงเปิดรูปภาพนั้นไว้ใน GIMP)
  • สลับไปที่โปรแกรม GIMP โดย คลิ้ก-ซ้าย ที่ Icon GIMP บน taskbar
  • ในโปรแกรม GIMP คลิ้ก-ซ้าย เลือกเครื่องมือ Color Picker Tool แล้วนำ Color Picker Tool ไป คลิ้ก-ซ้าย ในรูปภาพที่เปิดไว้ ตรงบริเวณสี ที่ต้องการเลือกเป็น สีหลัก (Base Color)
  • จะมีหน้าต่าง Color Picker ปรากฎขึ้น 
  • ในหน้าต่าง Color Picker คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยมหลัง บรรทัด Pixel แล้วเลือกที่ CMYK 
  • จำ หรือ จด ค่า CMYK ที่ปรากฎ
  • สลับไปที่โปรแกรม Scribus โดย คลิ้ก-ซ้าย ที่ Icon Scribus บน taskbar
  • ในหน้าต่าง Color Wheel คลิ้ก-ซ้าย ที่ Tab CMYK
  • พิมพ์ใส่ค่า C: M: Y: K: ตามค่าที่ จำ หรือ จด มาจากโปรแกรม GIMP
  • ในหน้าต่าง Color Wheel บริเวณส่วน Color Scheme Method คลิ้ก-ซ้าย ที่สามเหลี่ยม เลือกวิธีการจับคู่สี ตามที่ต้องการ พอคลิ้กเลือก โปรแกรมฯ จะบันทึกลงในไฟล์ทันที
  • คลิ้ก-ซ้าย ที่ปุ่ม Merge เพื่อเพิ่มสีที่เลือกลงไปใน Manage Colors and Fills
  • ไปที่เมนู File > Edit > Colors and Fills... คลิ้ก-ซ้าย เลือกเพื่อเปิดหน้าต่าง Manage Colors and Fills ขึ้นมา ตรวจสอบดูว่าได้สีครบตามที่ต้องการหรือไม่
Part D-2 พิมพ์, วางตำแหน่งหัวเรื่อง, หัวเรื่องหลัก-รอง
18.5 MB/00:02:44

    หลังจากการ ตัดคำ (เปิดช่องไฟ-แยกคำ) แต่ละบรรทัดในคอลัมน์ ให้ดูสวยงามแล้ว
  • ไปที่ เมนู Windows > Layers เพื่อเปิดหน้าต่าง Layers ขึ้นมา
  • คลิ้ก-ซ้าย ปุ่มเครื่องหมาย + ที่ด้านล่างของกรอบหน้าต่าง Layers เพื่อสร้าง Layer ใหม่ขึ้นมา
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือกเครื่องมือ Text Frame
  • นำเครื่องมือ Text Frame ไป คลิ้ก-ค้าง-ลาก ให้กว้างพอดีเต็มความกว้าง ของคอลัมน์ซ้าย-ขวา (ลากให้ Snap กับเส้นไกด์ที่ทำไว้, ลากกรอบให้มีความสูงเผื่อเกินไว้ได้)
  • ดับเบิ้ลคลิ้ก-ซ้าย ในกรอบ Text ที่สร้างขึ้น เพื่อจะเตรียมพิมพ์ตัวอักษร
  • ในหน้าต่าง Properties ที่ Tab/Text เลือก ฟอนต์ และลักษณะ ที่ต้องการ
  • คลิ้ก-ซ้าย พิมพ์ข้อความในกรอบ Text
  • ทำไฮไลท์ เพื่อเลือกข้อความที่พิมพ์ ทั้งหมด
  • ในหน้าต่าง Properties ที่ Tab/Text เลือกเปลี่ยนขนาดของ ฟอนต์ จนข้อความที่พิมพ์ มีขนาดใหญ่จน ความกว้างพอดีกรอบ Text 
  • หากต้องการ เลิกแถบ ไฮไลท์ ให้ คลิ้ก-ซ้าย ที่บริเวณนอกกรอบ Text เพื่อ Deselect ข้อความ
  • ขณะที่ ข้อความที่พิมพ์ ยังคงถูกเลือกอยู่ (ยังมีแถบไฮไลท์อยู่) 
  • ในหน้าต่าง Properties ที่ Tab/Color & Effects ที่บรรทัดแรก คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ที่สามเหลี่ยม แล้วเลือกสีที่ต้องการ
บรรทัดแรกคือ: สีของตัวอักษร
บรรทัดสองคือ: สีของเส้นรอบตัวอักษร
บรรทัดแรกคือ: สีพื้นของกรอบ Text (เต็มขนาดที่เราลากสร้างไว้)
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือก กรอบ Text
  • ในหน้าต่าง Properties ที่ Tab/X,Y,Z คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอนรูปกุณแจ ให้ล็อค เพื่อ ล็อค กรอบ Text ที่เลือกไว้
  • สร้างและวางตำแหน่ง หัวข้อเรื่องรอง ด้วยวิธีเดียวกัน
  • ในขั้นตอนนี้ จะทำเพียงให้ได้ตัวอักษรครบ ตามฟอนต์ และสี ที่ต้องการก่อน หลังจากทำกรอบ "เน้นคำแรก" เสร็จ จึงจะกลับมาเก็บ รายละเอียด ที่ส่วนนี้ ให้ลงตัวเหมาะสมอีกครั้ง

เมื่อเรานำ Cursor ไปวาง ค้างไว้ บนไอคอน ที่อยู่ในหน้าต่าง Properties จะมีรายละเอียดบอกว่า เป็นสำคั่งสำหรับ ใช้ทำอะไร หลักคือ "เลือกวัตถุ" แล้ว "คลิ้กสั่ง" ที่ไอคอนในหน้าต่างนี้





หน้าต่าง Properties คำสั่งเกือบทั้งหมดอยู่ในหน้าต่างนี้

    เกือบทุกอย่างที่ต้องการจะ "สั่ง" หรือ "ทำ" ในหน้าต่าง Properties นี้ หลักคร่าวๆ คือ "เลือก" (Select) วัตถุในอาร์ตเวิร์ก แล้วจึง "สั่ง" ให้เป็นไปในลักษณะต่างๆ ตามที่เราต้องการ จากไอคอนคำสั่งในหน้าต่างนี้ เช่น
  • ถ้าต้องการ "ล็อค" กรอบ Text หัวเรื่องหลัก ไว้ชั่วคราว เพื่อไม่ให้ไป คลิ้กโดน หรือเผลอไป โดนขยับตำแหน่งไป โดยไม่ตั้งใจ ก็ให้ คลิ้ก-ซ้าย เลือก กรอบ Text ที่ต้องการล็อคก่อน แล้วจึงไป คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอนรูปกุญแจ
  • เมื่อต้องการปลดล็อค ก็ให้ คลิ้ก-ซ้าย เลือก กรอบ Text ที่ต้องการปลดล็อคก่อน แล้วจึงไป คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอนรูปกุญแจ ให้ปลดล็อค
มีรายละเอียดข้อความแสดงบอกบอกว่า ไอคอนตัวนี้ ใช้สั่งทำอะไร เมื่อเราเอา Cursor ไปวางค้างไว้บนไอคอนตัวที่เราต้องการรู้ ในหน้าต่าง Properties ซึ่งสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคือ ต้องรู้ว่า เราจะทำอะไร กับรายละเอียดใน อาร์ตเวิร์กนั้น
Part D-3 ทำกรอบเน้นคำแรก
18.7 MB/00:02:47

    ต่อเนื่องจากคลิ้ปข้างบน
  • เพิ่ม Layer สำหรับกรอบเน้นคำแรก โดย คลิ้ก-ซ้าย ที่ปุ่ม + ที่บริเวณส่วนล่างของหน้าต่าง Layers จะทำให้มี New Layer 2 เพิ่มขึ้น ที่บรรทัดบนสุด ในหน้าต่าง Layers (ถ้าหน้าต่าง Layers ยังไม่เปิดขึ้นมา ไปที่ เมนู Windows > Layers)
  • เพื่อให้ทำงานสะดวก จึงจะปิด หัวเรื่องหลัก-รองไปก่อน โดย: ที่ในหน้าต่าง Layers ตรงคอลัมน์ของไอคอนรูปดวงตา คลิ้ก-ซ้าย ที่เครื่องหมายถูก บนบรรทัด New Layer 1 ให้หายไป เป็นการปิด New Layer 1 ทำให้ มองไม่เห็นวัตถุที่อยู่บน Layer นี้ทั้งหมด

  • บนเมนูบาร์ คลิ้ก-ซ้าย เลือก เครื่องมือ Shape แล้วนำมา คลิ้ก-ซ้าย-ลาก เป็นกรอบสี่เหลี่ยม โดยให้ Snap กับเส้นไกด์ ในตำแหน่งตามเลย์เอ้าท์
  • ขณะที่กรอบที่เพิ่งเขียนเสร็จ ยังคงถูกเลือกอยู่ ให้ไปเลือกสีที่ต้องการ ในหน้าต่าง Properties ที่ Tab/Colors/Fill คลิ้ก-ซ้าย เลือกชื่อสีที่ต้องการ
  • จากนั้นให้เลื่อนหน้าต่าง Properties ไปที่ Tab/X,Y,Z คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอนรูปกุณแจ ให้ล็อค เพื่อ ล็อค กรอบ ที่เพิ่งใส่สีไป
  • ไปที่เมนูบาร์ คลิ้ก-ซ้าย เลือก เครื่องมือ Text Frame แล้วนำมา คลิ้ก-ซ้าย-ลาก เป็นกรอบสี่เหลี่ยม ให้ซ้อนหรือ Snap พอดีกับความกว้าง ของกรอบสีพื้น ส่วนความสูงหรือยาวกว่า ลากให้ยาวกว่าสีพื้นเล็กน้อย
  • ดับเบิ้ล-คลิ้ก ในกรอบ Text Frame เพื่อจะทำให้พิมพ์ข้อความในกรอบได้
  • พิมพ์คำว่า รำ แล้วรูดทำ ไฮไลท์ เพื่อเลือกคำว่า รำ ทั้งหมด
  • เลือก ฟอนต์ รูปแบบ (ตัวปกติ-ตัวหนา-ตัวเอียง) สีของตัวอักษร แล้ว คลิ้ก-ซ้าย-ค้าง ที่ขนาดของตัวอักษร ให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้น จนพอดี Text เฟรม หรือตามขนาดที่เห็นว่าเหมาะสม
  • คลิ้ก-ซ้าย ที่บริเวณนอกกรอบ Text Frame เพื่อ Deseclect
  • คลิ้ก-ซ้าย ในกรอบ Text Frame แล้วลองขยับตำแหน่ง ให้อยู่กลางกรอบสีพื้น จะเห็นว่า มันจะวิ่งเข้าไป Snap กับเส้นไกด์ ไม่สามารถ ขยับตำแหน่งโดยละเอียดได้
  • ปิดคำสั่ง Snap โดยไปที่ เมนู Page > Snap to Guides คลิ้ก-ซ้าย ให้เครื่องหมายถูกหน้าบรรทัด Snap to Guides หายไป
 

  • คลิ้ก-ขวา ในกรอบ Text Frame เพื่อให้เมนูปรากฎขึ้น แล้วเลือกไปที่ Convert to > Outlines คำว่า รำ ที่เคยเป็น ฟอนต์ จะถูกเปลี่ยนเป็น รูปภาพแบบ Vactor คือเป็น จุด (Node) กับ เส้น ที่บังคับทิศทาง ของเส้นด้วย Control Point [จุดกับสมการ เส้นทางเดินของจุด]
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือก คำว่า รำ (ตอนนี้เป็นรูปภาพแบบ Vactor แทนฟอนต์แล้ว) จะสังเกตว่า ถูกล้อมกรอบทั้ง ร และ สระ อำ เป็นวัตถุเดียวกัน
  • คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอน Ungroup the Select Group ซึ่งอยู่ในหน้าต่าง Properties/Tab/X,Y,Z (อยู่กลุ่มเดียวกับ ไอคอนกุณแจล็อค ตัวแรกของแถวล่าง)
  • ตอนนี้ ร และ สระอำ ถูกแยกเป็นวัตถุคนละชิ้นแล้ว
  • ดับเบิ้ล-คลิ้ก ในกรอบที่ล้อมตัว ร หน้าต่าง Nodes จะปรากฎขึ้น ในหน้าต่างนี้ จะมีเครื่องมือสำหรับจัดการทุกอย่าง เกี่ยวกับ รูปภาพแบบ Vactor เช่น ย้ายตำแหน่งจุด, ปรับแขนของจุด Control Point, ย่อ, ขยาย, หมุน ฯลฯ
  • ในหน้าต่าง Nodes คลิ้ก-ซ้าย ที่ ไอคอน ขยายโดยค่า% (Enlarge the Size of the Path by show %) เพื่อขยายตัว ร ให้ใหญ่ขึ้น

  • เมื่อได้แล้ว คลิ้ก-ซ้าย ที่ ปุ่ม OK ปิดหน้าต่าง Nodes
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือก สระอำ แล้วขยับให้ได้ตำแหน่งกับ ร
  • เมื่อได้ตำแหน่ง ร กับ สระอำ ตามที่ต้องการแล้ว ในขณะที่ สระอำ ยังคงถูกเลือกอยู่ กดแป้น Shift แล้ว คลิ้ก-ซ้าย เลือก ร แล้วไปที่หน้าต่าง Propertie/Tab/X,Y,Z  คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอน Group the select object เพื่อให้ ร และ สระอำ รวมเป็นวัตถุชิ้นเดียวกัน
  • ปรับคำว่า รำ ให้อยู่กลางกรอบพื้นสี แล้ว ปรับขนาดให้เหมาะสมกับขนาดของพื้นสี
    จะเห็นว่า เป็นรายละเอียดวิธีใช้เครื่องมือ "จุกจิก" ในการทำงาน ย่อมขึ้นอยู่กับความถนัด ของแต่ละคน
    หลักคือ ที่ได้แนะไปแล้ว "เลือกวัตถุ" แล้ว "คลิ้กสั่ง" สำคัญคือ ต้องรู้ว่า เราจะทำอะไร กับรายละเอียด หรือวัตถุต่างๆใน อาร์ตเวิร์กนั้น ส่วนเครื่องมือ และคำสั่งต่างๆ เมื่อเอา Cursor ไปวางค้างไว้บนไอคอนของเครื่องมือ ก็จะมีข้อความบอกให้รู้ว่าสำหรับใช้ทำอะไร แสดงออกมา
Part D-4 ปรับขนาด-วางตำแหน่งพาดหัวทั้งหมด
22.1 MB/00:02:19

    งานที่เหลือ ในขั้นตอนนี้คือ Convert to > Outlines ทั้งหัวเรื่องหลัก และหัวเรื่องรอง ให้เป็นภาพตัวอักษรแบบ Vactor (อย่าลืมตัดคำว่า รำ ในหัวเรื่องหลักออก) จากนั้นก็ปรับขนาด ความกว้าง, ความสูง ให้ได้ตามที่ต้องการ สำหรับวิธีการ ขั้นตอน จะทำอะไรก่อน-หลัง ขึ้นกับความถนัดส่วนบุคคล โดยสังเขปที่ผมทำในคลิ้ป คือ
  • ย้าย New Layer 2 ลงมาให้เป็น Layer ล่างสุด แล้ว ล็อค Layer นี้ไว้ โดย คลิ้ก-ซ้าย เลือก New Layer 2 ในหน้าต่าง Layers แล้ว คลิ้ก-ซ้าย ที่ปุ่ม ลูกศรชี้ลง Layer ที่เลือกไว้ จะเลื่อนลงมาที่ละชั้น
  • เปิด New Layer 1 (ที่ปิดไว้ตอนทำตัวเน้น)
  • ซูมงานเข้ามา บริเวณที่จะทำงาน
  • หมายเหตุ : ถ้าไม่สามารถ เลื่อนตัวงาน ไปทาง ซ้าย-ขวา ของจอได้ ให้เขียนรูปทรงอะไรก็ได้ ไว้บริเวณนอกกรอบกะดาษ (นอกพื้นที่งาน) ทางด้านขวา เพื่อให้มีวัตถุอยู่ล้นจอออกไป จึงจะเลื่อนงาน ไปทาง ซ้าย-ขวา ได้
  • สร้างเส้นไกด์ กำหนดช่องไฟ ข้างกรอบตัวเน้น 
  • คลิ้ก-ซ้าย เลือก New Layer 1 ในหน้าต่าง Layer 
  • หมายเหตุ : ทีมผู้พัฒนาแจ้งว่า version 1.5.2 สามารถเลือกวัตถุ ที่อยู่บน Layer ซึ่งไม่ได้ถูกเลือกในหน้าต่าง Layer ได้แล้ว แต่ที่ผมใช้ ยังคงไม่สามารถ เลือกวัตถุ บน Layer อื่นๆได้ นอกจากบน Layer ที่ถูกเลือกไว้ ในหน้าต่าง Layer เท่านั้น

  • เลือกหัวเรื่องรอง / คลิ้ก-ขวา ในกรอบ Text เพื่อเปิดเมนูขึ้นมา / Convert to > Outlines / จัดวางตำแหน่ง / ปรับความกว้าง, ความสูง
  • ถ้าปิด Snap to Grides ไว้ สามารถเปิดโดยไปที่เมนู Page > Snap to Grides
  • ตัดคำว่า รำ ในหัวเรื่องหลักออก โดยใช้เครื่องมือ Select Item ดับเบิ้ล-คลิ้ก ในกรอบ Text จะทำให้สามารถ แก้ไข หรือพิมพ์ ข้อความในกรอบ Text ได้
  • คลิ้ก-ขวา-ค้าง ในกรอบ Text เพื่อเปิดเมนูขึ้นมา / Convert to > Outlines / จัดวางตำแหน่ง / ปรับความกว้าง, ความสูง
  • ใช้เครื่องมือ Select Item คลิ้ก-ซ้าย ที่ไอคอนรูปดวงตา (Preview Mode) บนเมนูบาร์ เพื่อปิดส่วนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง เปิดให้เห็นเฉพาะส่วนงานพิมพ์



ถ้าไม่สามารถ เลื่อนตัวงาน ไปทาง ซ้าย-ขวา ของจอได้ ให้เขียนรูปทรงอะไรก็ได้ ไว้บริเวณนอกกรอบกะดาษ (นอกพื้นที่งาน) ทางด้านขวา เพื่อให้มีวัตถุอยู่ล้นจอออกไปเมื่อซูมงานเข้ามา



(เตรียมความพร้อม : โครงงานการ์ตูน 3D แอนิเมชั่น สำหรับเด็ก บนฟรีทีวี " งานประณีตในงบประหยัด ")
      

update: 09 September 2016
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุด: ๙ กันยายน ๒๕๕๙
บันทึก: ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๙
bobbyin.th